
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีความก้าวหน้าในการขยายการลงทุนเพื่อบรรลุเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีก 700 เมกะวัตต์ภายในปีนี้ โดยอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักและพลังงานทดแทน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ ส่วนธุรกิจนอกภาคการผลิตไฟฟ้า ยังมุ่งเป้าหมายที่ธุรกิจบริการสุขภาพ และนวัตกรรมด้านพลังงานซึ่งจะดำเนินการผ่านบริษัท อินโนเพาเวอร์ จำกัด ที่บริษัทฯ ร่วมถือหุ้นร้อยละ 30
นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินงานของบริษัทฯ ในปีนี้ขับเคลื่อนตามกลยุทธ์ 3 G โดย G-1 (Growth) มุ่งแสวงหาโอกาสเติบโตในธุรกิจเพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต G-2 (Green) สนับสนุนด้านพลังงานทดแทน และยกระดับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ G-3 (Generate) เน้นประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ ในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการขยายธุรกิจ โดยธุรกิจผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มกำลังผลิตไม่ต่ำกว่า 700 เมกะวัตต์ และเพิ่มการลงทุนในธุรกิจนอกภาคการผลิตไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 600 ล้านบาท พร้อมทั้งการจัดทำกลยุทธ์ความยั่งยืนและเป้าหมายในปี 2573 ซึ่งรวมถึงการพัฒนากระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน และกลยุทธ์การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก ด้วย
“ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ใช้เงินลงทุนจำนวน 1,454.81 ล้านบาท โดยมี 4 โครงการเดิมในธุรกิจผลิตไฟฟ้า และ 1 โครงการใหม่ในธุรกิจนอกภาคการผลิตไฟฟ้า สำหรับปี 2565 บริษัทฯ ได้ตั้งงบลงทุนไว้จำนวน 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้า 28,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นเงินลงทุนในโครงการใหม่จำนวน 26,500 ล้านบาท และโครงการเดิมจำนวน 1,500 ล้านบาท ส่วนเงินลงทุนในธุรกิจนอกภาคการผลิตไฟฟ้า จัดสรรไว้จำนวน 2,000 ล้านบาท โดยเป็นเงินลงทุนโครงการใหม่ 1,400 ล้านบาท และโครงการเดิม 600 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงยึดแนวทางการลงทุนในรูปแบบการซื้อ หรือร่วมทุนในกิจการที่ดำเนินงานแล้ว ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพของกระแสเงินสดและสภาพคล่องของบริษัทฯ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ตลอดจนคุณค่าร่วมแก่ผู้มีส่วนได้เสียด้วย” นางสาวชูศรี กล่าว
ในครึ่งปีแรก บริษัทฯ รับรู้กำลังการผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ตามการถือหุ้นรวม 7,384.63 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตรวม 9,219.33 เมกะวัตต์ โดยในครึ่งปีหลัง โรงไฟฟ้าพลังงานลมอีโค่วิน กำลังการผลิตตามการถือหุ้น 15.16 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม และส่วนขยายของโรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่น กำลังการผลิตตามการถือหุ้น 31.20 เมกะวัตต์ มีกำหนดจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์
สำหรับ ผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม จำนวน 36,699.36 ล้านบาท ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม จำนวน 33,456.76 ล้านบาท และกำไรส่วนของบริษัทฯ จำนวน 3,775.45 ล้านบาท ฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 188,519.68 ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 79,104.32 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 109,415.36 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.24 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นร้อยละ 8.25