มิติหุ้น – Trend Spotter
• ตลาดหุ้น Dow Jones ปิดบวกที่ 44,713.7 (+0.65%) แต่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบ -1.46% และ -3.07% ตามลำดับ โดยดัชนี VIX มาตรวัดความวิตกกังวลพุ่งขึ้น 27% เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่ม Technology รวมถึงหุ้นกลุ่ม AI รายใหญ่ อย่าง NVIDIA, Broadcom, AMD, Microsoft หลังจากบริษัท Deep Seek ธุรกิจ Start up ของจีนเปิดตัว AI Model ที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดบน Apple App store แซงหน้า Chat GPT สร้างความกังวลกับอนาคตของกลุ่ม US Tech อย่างไรก็ดีนักลงทุนไม่ได้เทหุ้นออกมาในวงกว้าง แต่หมุนเวียนไปยังกลุ่ม Defensive ช่วยพยุงราคาระหว่างวัน
ทั้งนี้นักลงทุนยังคงเฝ้ารอการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ครั้งแรกในปี รวมทั้งจับตาถ้อยแถลงของ เจอโรม พาวเวล
Dollar Index ผัวผวนระหว่างวัน และ ปิดลบเล็กน้อยอยู่ที่ 107.34 (-0.09%) ท่ามกลางการทรุดตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสกุลเงินปลอดภัย ในขณะที่ สัญญาราคาน้ำมันดิบ (WTI) รับ sentiment ลบจากความกังวลความต้องการพลังงานในการขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูล (Data Centre)
• SET Index : เราคาดว่า SET Index จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1330-1360 แม้ว่าตลาดจะรับรู้ความเสี่ยงจากกำแพงภาษี Donald Trump ว่าประเทศไทยจะเป็นเป้าหมายหรือไม่ ไปพอสมควร และ fund flow ต่างชาติที่ชะลอการซื้อขายสำหรับตลาด Emerging market เพื่อรอติดตามนโยบาย Donald Trump อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน AI infrastructure เช่น DELTA ยังคงได้รับ sentiment ลบจากความกังวลค่าใช้จ่าย AI infrastructure ทั่วโลก จาก Generative AI จากฝั่งจีน “Deep Seek รุ่นล่าสุด R1” ซึ่งสามารถมีการประมวลเทียบเท่า OpenAI โดยมีการใช้ทรัพยากร, ต้นทุนต่ำกว่า และมีราคาถูกกว่า ซึ่งใช้ระยะเวลาพัฒนาเพียง 2 เดือน จะกดดันมุมมองความเป็นจำของ GPU จำนวนมาก
นอกจากนี้เราเชื่อว่าตลาดหุ้นเอเชียที่ปิดทำการช่วงวันตรุษจีนสัปดาห์นี้ (ตลาดหุ้นจีน, ฮ่องกง และเกาหลีใต้ปิดทำการวันนี้) จะมีการซื้อขายเบาบางเพื่อรอนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC), ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ,ดัชนีราคาบริโภคส่วนบุคคล (PCE) จะทำให้ตลาดมี upside ที่จำกัดในระยะสั้น
สำหรับปัจจัยในประเทศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเดินหน้าโครงการ Digital wallet เฟส 3 10,000 บาท สำหรับกลุ่มคนทั่วไปอายุ 16-59 ปี รายได้ไม่เกิน 840,000 บาท สำหรับปีภาษี 2024 คาดว่าจะเริ่มใน 2Q25 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ (เพิ่มเติมจากกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป) นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมเสนอขออนุมัติงบกลางรายการสำรองฉุกเฉิน วงเงิน 140 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นควันเพื่อจ่ายชดเชยค่าโดยสารให้กับผู้ประกอบการรถไฟฟ้า
สำหรับผลประกอบการณ์ ติดตาม
1) การรายงานผลประกอบการ 4Q24 ของกลุ่ม Real sector (SCGP วันนี้, SCC พรุ่งนี้ และ PTTEP วันพฤหัสบดี)
2) การรายงานผลประกอบการหุ้น Magnificent7 (Microsoft Tesla Meta พรุ่งนี้, Apple วันพฤหัสบดี)
หุ้นแนะนำ
SCB : แนะนำ trading และเป็น top pick ในกลุ่ม Banks ของเรา SCB มีกำไรสุทธิสูงกว่าเราคาด 10.4% ใน 4Q24 เพราะมีอัตราการสำรองหนี้สูญต่ำกว่าคาดที่ 162bp ใน 4Q24 (vs. เราคาด 180 bp) และเราเชื่อว่า SBC สามารถคงอัตราการจ่ายเงินปันผลไว้สูงถึง 80% ท่ามกลางบรรยากาศสินค้าที่อัตราการขยายตัวช้าในปี 2025F
(Take profit: 128.5 / Stop loss: 121.0)
PIN : แนะนำ trading โดยเราเชื่อว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีจาก FDI โดย PIN เตรียมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งจะทำให้ที่ดินเพื่อขายเพิ่มขึ้น 2600 ไร่ใน 2025-2026 และมีการเติบโตของ EPS แข็งแกร่ง 13.2% CAGR ใน 2024-2027F
(Take profit : 6.35 / Stop loss : 5.80)
#MacroWealthResearch
#CGSInternational
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon