PRM โชว์ผลประกอบการปี 67 โตแกร่ง กวาดรายได้ 8,790.6 ล้านบาท มั่นใจปีนี้เติบโตตามแผน

12

มิติหุ้น  –  นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM เปิดเผยตัวเลขผลประกอบการของปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,790.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% และมีกำไรสุทธิที่ 2,249 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรสุทธิจากการดำเนินงานทั้งหมด โดยเปรียบเทียบกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของปี 2566 ซึ่งมีกำไรจากการขายเรือจำนวน 312.2 ล้านบาท พบว่ากำไรสุทธิจากการดำเนินงาน ปี 2567 เติบโตขึ้นจากปี 2566 ถึงร้อยละ 18.2

โดยการเติบโตหลักมาจาก ธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (OSV) ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 65.2% ธุรกิจเรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล (FSU) ที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้น 13.2% ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและเคมี (PCT) ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 7.6% รวมถึงการรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อธุรกิจ VC Shipping ที่ทำให้ธุรกิจตัวแทนสายเดินเรือและออกของ (SAS) เติบโตขึ้นถึง 28.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์การให้บริการภายใต้สัญญาระยะยาว และการจายความเสี่ยงจากการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อความมั่นคงและแน่นอนของรายได้

ส่วนปีนี้บริษัทฯ มั่นใจว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  คาดการณ์อยู่ในระดับ 8-10% เริ่มต้นจากการปิดดีลบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) ตั้งแต่สิ้นปี 2567 โดยเริ่มให้บริการเรือ Hybrid Crew Boat เพิ่มจำนวน 2 ลำแล้วตั้งแต่มกราคม 2568 ที่ผ่านมา รวมถึงเรือขนส่งและกักเก็บน้ำมันดิบสำหรับแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล (Floating Storage and Offloading) หรือ FSO ที่พร้อมให้บริการในเดือนมีนาคม 2568 ที่จะถึงนี้

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจ OSV (Offshore Support Vessel) ต่อเนื่อง โดยจะรับเรือ Crew Boat ต่อใหม่เข้ามาอีก 2 ลำภายในมีนาคม 2568 และ Q2/68 ตามลำดับ โดยการขยายธุรกิจ OSV เป็นอีก 1 กลยุทธ์หลักของบริษัทฯ ที่จะช่วยลดความผันผวนให้กับธุรกิจอื่น เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ให้บริการภายใต้สัญญาระยะยาวและเป็นรูปแบบสัญญา Time Charter ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดค่าใช้จ่ายของน้ำมันที่ใช้ในการเดินเรือ พร้อมเดินหน้าการขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง โดยเริ่มให้บริการบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) ภายใต้สัญญาระยะยาว 5 ปี ตั้งแต่ต้นปี 2568 ไปเป็นเรียบร้อยแล้วตามที่กล่าวไปข้างต้น นับเป็นการเปิดโอกาส  ขยายฐานลูกค้าต่างประเทศในอนาคต

“สำหรับการดำเนินงานใน Q1/68 คาดว่าจะสามารถสร้างผลงานได้ตามแผนที่วางไว้ และมั่นใจว่าในปีนี้จะรักษาอัตราการเติบโต และรายได้ให้เป็นไปตามเป้า จากสัญญาณภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และภาคการท่องเที่ยวที่กำลังเข้าสู่ช่วง High-Season ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเชื้อเพลิงภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น” นายวิริทธิ์พล กล่าว

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon