มิติหุ้น – บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK GROUP และบริษัทย่อย รายงานผลดำเนินการปี 2567 มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 15,418 ล้านบาท ซึ่งลดลงร้อยละ 7.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลงจากค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงในธุรกิจร้านอาหาร ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารเชนในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ในปี 2568 ทางบริษัทมีการปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ ๆ ที่มีความคุ้มค่าและคงคุณภาพ เพื่อเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ให้มากขึ้น และดึงดูดความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภค ขณะที่ธุรกิจรีเทลมีการเตรียมแผนการขยายช่องทางทั่วโลก และมองหาโอกาสในการเติบโตจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ อย่างไรก็ตามทางบริษัทยังมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับต่ำที่ 0.41 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการเงินของบริษัทที่ยังคงแข็งแรงและมั่นคง อีกทั้งยังรักษาอัตราส่วนกำไรสุทธิอยู่ในเกณฑ์ดี 9-10% แสดงถึงการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ซึ่ง MK GROUP ยังอนุมัติการจ่ายเงินปันผล 1.50 บาท ต่อหุ้นอีกด้วย
ในส่วนของธุรกิจร้านอาหาร ทางบริษัทได้มองหาโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเข้ามาเสริมทัพให้พอร์ตธุรกิจแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งการเปิดตัว HIKINIKU TO COME (ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ) ร้านแฮมเบิร์กเจ้าดังจากประเทศญี่ปุ่น นำเข้ามาเปิดในไทยเป็นสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ จนได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก สร้างยอดขายพุ่งแรง คาดว่ามีโอกาสเติบโตและขยายได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทางบริษัทเองก็ยังคงเปิดโอกาสในการมองหาการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อเข้ามาเสริมพอร์ตธุรกิจให้แข็งแรงขึ้นอีกอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยังมีธุรกิจรีเทลที่มีความโดดเด่นคือ น้ำจิ้มสุกี้ MK ซึ่งมีการวางจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการวางจำหน่ายไปทั่วโลก ทั้งโซนเอเชีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ยุโรป, อเมริกาเหนือ, ออสเตรเลีย, ตะวันออกกลาง โดยอนาคตมีแผนการเพิ่มรูปแบบสินค้าใหม่ และขยายช่องทางวางจำหน่ายเพิ่มในอีกหลากหลายประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางบริษัทมีการวางแผนอย่างรัดกุมและมีกำลังการผลิตที่เพียงพอต่อการขยายด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ในส่วนของธุรกิจร้านอาหาร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือทั้งหมด 13 แบรนด์ โดยร้าน MK Restaurants มีสาขาทั้งหมด 432 สาขา, MK Live 4 สาขา, MK Gold 5 สาขา, YAYOI 191 สาขา, แหลมเจริญ ซีฟู้ด 40 สาขา, HIKINIKU TO COME 1 สาขา, HAKATA Ramen 1 สาขา, MIYAZAKI 8 สาขา, เลอ สยาม 3 สาขา, ณ สยาม 1 สาขา, BIZZY BOX (Grab&go) 2 สาขา, LE PETIT 3 สาขา, Multi Brand 1 สาขา (โมเดลร้านอาหารในเครือรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ความสะดวกและความชอบที่หลากหลาย) และสาขาแฟรนไชส์ MK Restaurants ในต่างประเทศ คือ ญี่ปุ่น 24 สาขา, เวียดนาม 4 สาขา, ลาว 3 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ แหลมเจริญ ซีฟู้ด ในต่างประเทศ คือ มาเลเซีย 4 สาขา และ MIYAZAKI ที่ประเทศลาว 1 สาขา โดยมีแผนการขยายธุรกิจแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งธุรกิจในเครือ คือ M SENKO ที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์ ในกลุ่มสินค้าควบคุมอุณหภูมิแบบครบวงจร ด้วยบริการคลังสินค้าและบริการขนส่งสินค้าแช่เย็น แช่แข็ง โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2567 ได้รับความไว้วางใจจากหลากหลายกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก ทั้งการขนส่งวัตถุดิบสดใหม่ให้กับร้านอาหารชื่อดัง, ผลิตภัณฑ์แช่เย็น แช่แข็งที่ถูกจัดส่งให้กับร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจสร้างกำไรเพิ่มขึ้นให้กับบริษัท
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon