สมาคมจัดการกองทุน เผยThai ESGX คือกลไกฟื้นตลาดทุนไทยจากแพนิค หลังเจอวิกฤติ 2 เด้งพร้อมกัน ทั้ง สงครามการค้า และแผ่นดินไหว เผยเงื่อนไขใหม่เพิ่มบริษัททางเลือกลงทุนถึง 350 ราย พร้อมมี FTSE การันตีเสริมทัพเสน่ห์หุ้นไทยให้โดดเด่นในกองทุนต่างชาติ
“ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน มองเหตุการณ์แผ่นดินไหวแม้จะทำให้นักลงทุนหวั่นไหว ดัชนีร่วงในระยะสั้น แต่หลังจากนี้ เมื่อกองทุนThai ESGX (Thai ESG Extra) จะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย และเริ่มเปิดขายได้จริงในต้นเดือนพฤษภาคม ที่มาพร้อมการเพิ่มเงื่อนไขในหมวดการลงทุนยั่งยืนทั้ง 3 หมวด ตั้งแต่สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่นำไปสู่การขยายทางเลือกการลงทุนของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้นจาก 200 ตัว เพิ่มเป็น 350 ตัว ทำให้มีทางเลือกทั้งกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ที่ผ่านการประเมินด้าน ESG เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของตลาดทุนไทย มีธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับเศรษฐกิจใหม่ เช่น การลงทุนด้านคาร์บอนเครดิต จะช่วยเสริมสภาพคล่องเม็ดเงินลงทุนมาสร้างความน่าสนใจทำให้ตลาดหุ้นไทยคึกคัก
โดยเฉพาะการที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นำสถาบัน FTSE Russell เป็นผู้ประเมินด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) ระดับโลก โดยใช้ FTSE Russell ESG Scores ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ประเมินบริษัทกว่า 8,000 แห่งใน 47 ประเทศทั่วโลก มาช่วยจัดเกณฑ์บริษัทจดทะเบียนของไทย จะทำให้ธุรกิจไทยได้รับความสนใจในระดับโลกมากขึ้น
“กองทุน Thai ESGX สโคปจะกว้างขึ้นขยายในกลุ่มธุรกิจยั่งยืน ธรรมาภิบาล ที่ทำให้คนสนใจมากขึ้น และเมื่อมีองค์กรที่ 3 (Third Party) อย่าง FTSE จะทำให้สร้างความมั่นใจกับนักลงทุนต่างประเทศมากขึ้น”
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจจดทะเบียน ยังเป็นโอกาสและตัวแทนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สานฝันไปสู่การทำให้ยุทธศาสตร์ประเทศที่วางไว้ในการบรรลุการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net ZerO ภายในปี 2065 ประเทศไทยจะก้าวสู่ฝันการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)ได้ตามโรดแมป
ไม่มีแพนิค วิกฤติคือจังหวะ
ทั้งนี้ ความแพคนิค(ตื่นตระหนก) ไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของกลุ่มนักลงทุนสถาบันอยู่แล้ว เพราะเน้นการจัดพอร์ตแบบกระจายความเสี่ยง มีการจัดการการลงทุนอย่าง เพราะมีLesson & Learn (บทเรียน) มาหลายวิกฤติ ตั้งแต่ สึนามิ น้ำท่วมก็ผ่านมาได้ ดังนั้นเหตุการณ์นี้ เป็นช็อคระยะสั้น หากได้เห็นข้อมูลชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่า นักลงทุนจะเห็นโอกาสในการตัดสินใจลงทุน
“แผ่นดินไหว เป็นผลกระทบระยะสั้น ที่มีต่ออารมณ์ความรู้สึกต่อตลาดในระยะสั้น แต่เชื่อว่าผลกระทบระยะยาว จะไม่รุนแรง แต่เผอิญเมืองไทยเจอ 2 เด้งพร้อมกันทั้งแผ่นดินไหว และสงครามการค้า ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ประโยชน์และเสียประโยชน์ อสังหาฯ ก่อสร้าง คือกลุ่มที่เสียประโยชน์ ส่วนวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านคือกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ขายดีขึ้น ผลกระทบเชิงลบมีเพ่ยงระยะสั้น ระยะยาวยังเติบโตดี”
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon