Pi Daily ไร้ปัจจัยใหม่ แต่เชื่อว่าตลาด Price In ภัยธรรมชาติไปแล้ว

19

มิติหุ้น – ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 1% ไร้ปัจจัยหนุนที่มีนัยยะสำคัญเป็นเพียงการซื้อหุ้นหลังปรับฐานแรงก่อนหน้า ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.5% ได้แรงหนุนจากคาดการณ์ที่ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัวหากทรัมป์ตัดสินใจโจมตีอิหร่าน

เมื่อวานที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน ก.พ. พบว่าชะลอลงเทียบกับเดือนก่อน จากภาคบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เป็นไปตามการลดลงของจำนวนและรายรับจากนักท่องเที่ยว ประกอบกับผลผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง โดยเฉพาะหมวดเคมีภัณฑ์และปิโตรเลียม ด้านการลงทุนภาคเอกชนลดลงหลังเร่งไปในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ดี การส่งออกปรับเพิ่มขึ้นในหลายหมวด โดยเฉพาะหมวดยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และโลหะมีค่า ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับดีขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวต่อเนื่องจากทั้งรายจ่ายประจำและลงทุนของรัฐบาลกลาง ภาพรวมสะท้อนเศรษฐกิจดูค่อยเป็นค่อยไปและเริ่มเผชิญแรงกดดันจากการท่องเที่ยว จะเห็นว่าการบริโภคดีขึ้นเฉพาะสินค้าไม่คงทน (อาหาร ค่าไฟฟ้า น้ำมัน) สวนทางกับสินค้าคงทนที่ลดลง (รถยนต์และจักรยานยนต์) หุ้นที่ได้ประโยชน์จึงยังกระจุกอยู่ในค้าปลีกที่เกี่ยวข้องกับอาหาร (BJC CRC CPALL) ส่วนเมื่อคืนสหรัฐฯมิได้มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญมีเพียงจีนที่ประกาศดัชนี PMI ภาคผลิตและภาคบริการแต่ก็ถือว่าใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นสหรัฐมีความแตกต่างกันออกไป (Dow Jones + 1% สวนทาง Nasdaq -0.1%) หลักๆแล้ว Sector ที่ Outperform ได้แก่ Consumer Staples +1.6% Financial +1.3% แต่ Underperform ได้แก่สินค้าฟุ่มเฟือย (-0.18%) Technology (+0.03%) สะท้อนถึงนักลงทุนเลือกเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจำเป็นและชี้ถึงความกังวลบางอย่างของนักลงทุน ซึ่งคาดว่าเป็นปัจจัยเกี่ยวกับภาษีนำเข้าของสหรัฐฯกับนานาประเทศ และสอดคล้องกับราคาทองที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง สำหรับตลาดหุ้นไทยแม้ Valuation จะไม่แพงแต่ขาดปัจจัยหนุนวานนี้ปรับลงมา 1.5% สอดคล้องกับสถิติช่วงเกิดสึนามิ ระยะสั้นอาจฟื้นตัวได้บ้างจากการสะท้อนแผ่นดินไหวไปแล้วแต่ Upside ยังคงจำกัด วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1150 – 1170 เชิงกลยุทธ์การลงทุนการยังสะสมได้แต่ยังเน้นย้ำถึงหุ้นที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม อาทิ ศูนย์การค้า (CPN) ค้าปลีก (BJC CRC CPALL HMPRO) ท่องเที่ยว (CENTEL MINT) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) คืนนี้รอติดตามดัชนี PMI ภาคผลิตจากสถาบัน ISM และตำแหน่งเปิดรับสมัครงานของสหรัฐฯ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 49.5 และ 7.7 ล้านตำแหน่ง

BBL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 172.00 บาท)
แม้มองว่าการเติบโตของกำไรมีแนวโน้มชะลอตัวในปี 2025 เราชอบ BBL (1) งบดุลแข็งแกร่ง (2) Valuation ไม่แพงซื้อขายที่ 0.5x PBV’25E และ PE’25 ที่ 6.4 เท่า และ (3) อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง 5-5.2% นอกจากนี้ เรามองว่าการประมาณการของเรามี Upside เพิ่มขึ้นได้ เพราะ (1) Credit cost ของเราเข้มงวดกว่าเป้าหมายของธนาคาร หากธนาคารสามารถควบคุมคุณภาพสินเชื่อตามเป้าหมาย NPL ratio ไม่เกิน 3%

CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 80.00 บาท)
รายงานกำไรสุทธิ 4Q24 ที่ 7.2 พันล้านบาท (+31%YoY) หลังตัดรายการพิเศษจะมีกำไรปกติ 6.9 พันล้านบาท (+23%YoY, +24%QoQ) ใกล้เคียงกับที่เราและตลาดคาด หนุนจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของ (7-Eleven) ที่ +4.0% YoY จากยอดขายกลุ่มอาหารพร้อมทานและ Personal Care ที่เติบโตดี รวมกับการเติบโตของกำไรของ CPAXT ขณะที่เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 1Q25 จะเติบโต YoY ต่อเนื่องตามการเพิ่มขึ้นของยอดขาย Ready-to-eat และ Ready-to-drinks

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon