CGSI : Trend Spotter

25

มิติหุ้น – Trend Spotter
• สรุปภาพรวมตลาด : ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสาน โดยบรรยากาศการซื้อขายยังคงผันผวน เพื่อรอความชัดเจนจากปธน. ทรัมป์เกี่ยวกับนโยบายการเก็บภาษีศุลกากร รวมถึง Reciprocal Tariffs ในวันที่ 2 เม.ย. 16.00 น. ตามเวลากรุงวอชิงตัน ที่อาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มสูงในสหรัฐ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐหลังรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อวานนี้ (1 เม.ย.) ออกมาอ่อนแอ

โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM เดือนมี.ค. ลดลงมาที่ระดับ 49.0 ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 49.5 (vs. เดือนก.พ. 50.3) และตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS เดือนก.พ. ลดลง 1.94 แสนตำแหน่ง มาที่ระดับ 7.57 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 7.69 ล้านตำแหน่ง ขณะที่แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow จากเฟดสาขาแอตแลนตาเปิดเผยให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐหดตัว -3.7% ใน 1Q25 (vs. จากเดิมคาดที่ +2.3%)

นโยบายการค้าระหว่างประเทศของทรัมป์ ยังสร้างความกังวลว่าอาจทำให้อุปสงค์น้ำมันลดลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปิด -0.4% ท่ามกลางคาดการณ์อุปทานน้ำมันตึงตัวหากทรัมป์เดินหน้าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านและขึ้นภาษีประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย

วันนี้ ติดตามรายงานตัวเลขสินค้าคงคลังน้ำมันดิบจาก EIA รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมจาก ADP เดือนมี.ค.

• SET Index :
เราคาดว่า SET Index วันนี้จะเคลื่อนไหวไปผันผวนตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ โดยให้กรอบที่ 1,155-1,180 จุด จากความไม่แน่นอนแผนการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้า และ Reciprocal Tariffs ของทรัมป์ ที่จะมีความชัดเจน 3 เม.ย. 03.00 ตามเวลาประเทศไทย หลังไทยอยู่ในอันดับที่ 11 ประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐมากที่สุดในปี 2024 เราจึงเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่มาตรการของสหรัฐนี้จะมีผลบังคับใช้กับไทย ซึ่งเราเชื่อว่าจะมีผลกระทบโดยเฉพาะต่อภาคการผลิตและการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจนถึงปานกลาง

ความเสี่ยงที่ไทยอาจโดนเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐ กอปรกับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา เราจึงปรับประมาณการการเติบโต GDP ปี 2025 ลงเหลือ 2.3% yoy (vs. จากเดิมคาดที่ 2.5%) และเรามองว่าจะส่งผลให้ธปท. ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 2 ครั้ง รวม 50bp ในปี 2025 เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยการประชุมกนง. ครั้งต่อไปจะมีขึ้นใน 30 เม.ย. นี้ ท่ามกลางเงินเฟ้อไทยที่อาจเผชิญแรงกดดันจากมาตรการประชานิยมของรัฐ หลังครม. มีมติลดค่าไฟฟ้างวดใหม่ เดือน พ.ค-ส.ค. 2025 ลงเหลือ 3.99 บาท/หน่วย และอุปสงค์น้ำมันที่อ่อนตัวจากผลกระทบสงครามการค้าโลก

เราแนะนำการลงทุนในหุ้นปลอดภัยและหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูง ท่ามกลางดัชนี SET ที่ผันผวนจากความไม่แน่นอนปัจจัยทั้งใน (แนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธปท. และ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาททั่วประเทศ ที่จะมีการประชุมหารือในต้นเดือนเม.ย.) และต่างประเทศ (นโยบายการค้าระหว่างประเทศ)

ประเด็นสำคัญอื่น
1) ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์รอบ 1H25 สำหรับ SET50 หุ้นที่เข้า คือ VGI, GULF หุ้นที่ออก คือ INTUCH, GULFI และ SET100 หุ้นที่เข้า คือ ROJNA, GULF หุ้นที่ออก คือ INTUCH, GULFI

ทั้งนี้ GULF จะกลับเข้าเทรด 3 เม.ย. นี้ หลังเพิกถอน GULFI-INTUCH ออกจากตลาด มีผลนับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2025 และ

2) มีรายงานว่าประธานสภาฯ บรรจุร่างพรบ. Entertainment Complex เข้าสภาฯ พรุ่งนี้ (3 เม.ย.)

• หุ้นแนะนำ
CPALL : CPALL ออกมาปฏิเสธข่าวการเข้าร่วมลงทุนซื้อกิจการ (MBO) ของบริษัท 7&i ในญี่ปุ่น จึงทำให้ overhang หายไป เราจึงมองว่าการประเมิลมูลค่าของ CPALL ยังน่าสนใจ

(Take profit : 51.75 / Stop loss : 49.25)

BDMS : เราแนะนำหุ้นกลุ่ม Defensive ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันทั้งจากปัจจัยในและต่างประเทศ รวมถึงเผชิญกับความไม่แน่นอนนโยบายภาษีศุลกากรสหรัฐ

(Take profit : 23.4 / Stop loss : 21.8)

#MacroWealthResearch
#CGSInternational
#CGSI

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon